<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[พระราชกรณียกิจ]]></title>
<link>https://kalasin.prd.go.th/th/content/category/index/id/3393</link>
<atom:link href="https://kalasin.prd.go.th/th/content/category/index/id/3393" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ตำบลบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ]]></title>
<link>https://kalasin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/440500</link>
<guid isPermaLink="false">0ae4329bff49e1f847064832284c3d01</guid>
<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 16:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสถานที่สำคัญในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นถิ่นชาวภูไท นับเริ่มจากปี ๒๕๒๑ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับโครงการส่งเสริมการทำผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ไว้ในความดูแลของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในชื่อ &ldquo;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&rdquo; โดยเริ่มจากสมาชิก จำนวน ๗๐ คน ล่วงมาถึงปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า ๘๐๐ คนแล้ว ด้านการบริหารจัดการ ได้ดำเนินงานในรูปแบบสหกรณ์ จนเกิดเป็นพื้นที่ส่งเสริมอาชีพ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรได้อย่างยั่งยืน กล่าวคือ นอกจากการทอผ้าเพื่อแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ สำหรับจำหน่ายแล้ว ยังสาธิตกระบวนการผลิตผ้าไหมแบบโบราณ ซึ่งถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่การสาวไหม การฟอก การย้อมสีธรรมชาติ จนถึงขั้นตอนในการทอผ้า ที่มีลวดลายวิจิตรงดงาม ตลอดจนได้ศึกษาพัฒนากระบวนการใหม่ ๆ เป็นการต่อยอดงานหัตถศิลป์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความสวยงาม ความคงทน และคุณสมบัติอื่น ๆ เพื่อให้เป็นผ้าที่มีคุณภาพในระดับสากล</p>

<p>สำหรับที่มาของชื่อ &ldquo;แพรวา&rdquo; นั้น ในความหมายเดิม หมายถึง ผืนผ้าขนาดเล็กที่ใช้พาดบ่า ซึ่งชาวบ้านทอขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง งดงามด้วยลวดลายที่แต่ละครอบครัวได้ส่งต่อองค์ความรู้สืบทอดกันมา คำว่า &ldquo;แพร&rdquo; สื่อถึงผืนผ้าลวดลายสวยงามที่ยังไม่ได้ตัดเย็บแปรรูป ส่วนคำว่า &ldquo;วา&rdquo; เป็นการบอกระยะของแขนที่กางเหยียดตรงออกไปทั้งสองข้าง ชาวบ้านจะนำผ้าแพรวาออกมาใช้ เมื่อมีเหตุสำคัญหรือในงานบุญใหญ่เท่านั้น</p>

<p>การที่ผ้าไหมแพรวามิได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ขาดการสืบทอด จนมีแนวโน้มว่าการทอผ้าไหมแพรวา กำลังจะสูญหายไป จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณโดยแท้ ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมพสกนิกรที่อำเภอคำม่วง เมื่อปี ๒๕๒๐ ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้น ได้นำมาสู่การอนุรักษ์ผ้าไหมแพรวา ภูมิปัญญาสูงค่า ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา หลังจากพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวภูไทบ้านโพนนับสิบคนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ แต่งตัวตามประเพณีโดยใช้ผ้าไหมแพรวา ห่มเป็นสไบเฉียง หรือที่เรียกว่า ผ้าเบี่ยง ด้วยความ สนพระราชหฤทัย จึงทรงไต่ถามราษฎรจนได้ความว่า ผ้าไหมแพรวา เป็นผ้าที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ และลูกหลานได้นำมาใช้สืบต่อกันมา ซึ่งมีจำนวนลดน้อยลง จากการที่ขาดการสืบทอดมาสู่เด็กสาวรุ่นใหม่ แม้ในหมู่บ้านเองเมื่อมีงานสำคัญที่ต้องแต่งกายตามประเพณีก็ต้องหยิบยืมกันใช้</p>

<p>ด้วยความสูงค่าด้านภูมิปัญญา และความงามวิจิตรของผ้าไหมแพรวา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์การทอผ้าไหมแพรวาไว้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขาธิการ นำเส้นไหมมามอบให้แก่ชาวบ้านเพื่อทอผ้าไหมแพรวาถวาย เมื่อชาวบ้านทอผ้าไหมแพรวาเสร็จแล้ว จึงได้นำไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ วังไกลกังวล ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๑ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพอพระราชหฤทัยมาก และทรงนำไปตัดฉลองพระองค์งซึ่งงดงามเป็นที่ประจักษ์ ต่อมา ได้มีรับสั่งให้จัดตั้ง &ldquo;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&rdquo; ขึ้น</p>

<p>จากนั้นเป็นต้นมา กิจกรรมทอผ้าไหมแพรวาก็ได้รับการฟื้นฟูให้เจริญรุดหน้าขึ้นเป็นลำดับ และในปี ๒๕๓๘ ได้ขยายการดำเนินงานเป็น &ldquo;กลุ่มอาชีพสตรีทอผ้าไหมบ้านโพน&rdquo; มีสมาชิก ๔๕๐ คน ล่วงมาถึงปี ๒๕๕๑ ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็น &ldquo;สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพนกาฬสินธุ์ จำกัด&rdquo; โดยยังคงอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง</p>

<p>ปัจจุบันศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน มีสมาชิกมากกว่า ๘๐๐ คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งครอบคลุม ๔ อำเภอ คือ อำเภอคำม่วง อำเภอสมเด็จ อำเภอสามชัย และอำเภอสหัสขันธ์</p>

<p>เมื่อการทอผ้าไหมแพรวาเป็นกลุ่มอาชีพในโครงการศิลปาชีพฯ แล้ว สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานแนวทางการพัฒนารูปแบบการทอ จากผ้าที่ยาว ๑ วา กว้างครึ่งวา ให้ขยายออกเป็นผืนผ้าที่มีขนาดมาตรฐาน โดยส่วนหนึ่งยังคงเป็นผ้าแพรวายก ลายดอกตามลวดลายต่าง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม อีกส่วนหนึ่งให้เป็นผ้าสีพื้น มีความยาว ๕ เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ใช้ตัดชุดของสตรีได้ ๑ ชุด ทั้งยังให้พัฒนาสีพื้นให้มีความหลากหลาย และให้มีลายดอกสลับสอดสีไหมให้กลมกลืนแลดูสวยงาม เพื่อให้เหมาะสำหรับทั้งชายและหญิง ที่จะนำไปตัดชุด ผ้าไหมแพรวาจึงเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในหมู่ชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ชาวบ้านที่ บ้านโพนก็มีรายได้จากการจำหน่ายผ้าไหมแพรวาเป็นอาชีพหลัก จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างยั่งยืน อันเป็นผลมาจากการที่ได้สืบทอดการทอผ้าไหมแพรวาไว้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบไป</p>

<p>&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;..</p>

<p><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kalasin.prd.go.th/th/file/get/file/20251110d1a2def5bc2923545f553c60d7a7ec09161933.jpg' type='image/jpg' length='1694451' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิม-คุ้มเก่า ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ]]></title>
<link>https://kalasin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/440488</link>
<guid isPermaLink="false">140a97cf06e3e3fbb103294127d0de94</guid>
<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 16:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิม-คุ้มเก่า ตั้งอยู่ ณ ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินงานตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ราษฎรที่ยากจนได้รู้จักช่วยเหลือตนเอง โครงการได้พัฒนาศักยภาพชุมชนให้แก่สมาชิกและประชาชนมากกว่า ๑,๒๐๐ ครัวเรือน ในพื้นที่ ๔ ตำบล ของอำเภอเขาวง ด้วยการส่งเสริมอาชีพจำนวนมากถึง ๓๐ อาชีพ โดยเฉพาะอาชีพกลุ่มทอผ้าไหม กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กลุ่มแกะสลักไม้ และกลุ่มจักสานไม้ไผ่ ทั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ราษฎรได้เลือกทำในสิ่งที่ตนถนัด ทำให้พวกเขามีความตั้งใจในการประกอบอาชีพ ส่งผลให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นอย่างดี พร้อมกันนั้นก็ดำเนินการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียงไปพร้อมด้วย ซึ่งราษฎรก็ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการพึ่งพาธรรมชาติรอบตัวเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต</p>

<p>หากมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ยังไม่มีโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิม-คุ้มเก่า จะพบว่า ในอดีตนั้นบ้านกุดสิม ประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี เนื่องจากฝนไม่ตกตามฤดูกาล ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักจึงประสบ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการบริโภค หรือเพื่อการจำหน่าย เป็นเหตุให้ราษฎรมีฐานะยากจน มีชีวิตอยู่ ด้วยความยากลำบาก</p>

<p>ความทราบถึง สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในคราวที่เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และด้วยความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกร พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านกุดสิม ณ โรงเรียนเขาวงวิทยาคาร เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้มีพระราชเสาวนีย์ให้นำโครงการส่งเสริมศิลปาชีพเข้ามาดำเนินการให้ความช่วยเหลือ เพื่อแก้ปัญหา และบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรที่ประสบภัยแล้ง ขาดอาชีพ ขาดรายได้ ทั้งยังทรงพระกรุณากราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านกุดสิม เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดสิม ด้วยในโอกาสดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างรอบด้าน รวมทั้งพระราชทานทุนการศึกษาเด็กนักเรียน และทรงรับราษฎรที่เจ็บป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย</p>

<p>ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ การส่งเสริม และช่วยเหลือ พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนสำหรับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้าไหม แกะสลัก และจักสาน จนเกิดเป็นศิลปาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมจากการทำการเกษตร โดยอาศัยภูมิปัญญาพื้นถิ่น และความสามารถของตนเอง จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า การส่งเสริมและพัฒนาอย่างรอบด้านจากโครงการนี้เอง ทำให้ราษฎรบ้านกุดสิมและหมู่บ้านใกล้เคียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นลำดับมาจนถึงปัจจุบัน</p>

<p>&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;.<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kalasin.prd.go.th/th/file/get/file/20251110614cec7fac619b15e081301226d00160160216.jpg' type='image/jpg' length='1300953' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้สนับสนุนให้พัฒนาผ้าไหมแพรวา สู่ ราชินีแห่งไหม]]></title>
<link>https://kalasin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/439374</link>
<guid isPermaLink="false">f8e4c0d6a124a4178a01e0760f43ae00</guid>
<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 14:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง &nbsp;ผู้สนับสนุนให้พัฒนาผ้าไหมแพรวา สู่ ราชินีแห่งไหม</strong></p>

<p><strong>ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมประชาชนที่อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์</strong></p>

<p><strong>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง &nbsp;ทอดพระเนตรการแต่งกายของชาวผู้ไท ซึ่งห่มสไบเฉียงแพรวาสีแดงทับเสื้อแขนกระบอกสีดำและคราม นุ่งผ้าไหมมัดหมี่ จึงสนพระราชหฤทัย และเมื่อทรงทราบว่าการทอผ้าแพรวากำลังจะสูญหาย จึงโปรดเกล้าฯ ให้ส่งเสริมการทอผ้าที่บ้านโพน โดยพระราชทานเส้นไหมให้ชาวบ้านนำไปทอผ้าแพรวาแบบดั้งเดิม และสนับสนุนให้พัฒนารูปแบบจากหน้าผ้ากว้าง 1 ศอก ให้ยาวขึ้น และทอหลากหลายสี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้ผ้าแพรวาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน</strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>.......................................................<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://kalasin.prd.go.th/th/file/get/file/202511075139a54d41d70a5c485f4f9fa63eaa80144036.jpg' type='image/jpg' length='312639' />
</item>
</channel>
</rss>
