วันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.09 น. นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน เปิดงานประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญข้าว ของดีบ้านฉัน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 ซึ่งชาวอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ร่วมกันจัดขึ้นที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยมี นายสันติ จัตุพันธ์ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนชาวอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมงานจำนวนมาก
นายกิตติคม ติดเมิง ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง กล่าวว่า งานประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญข้าว ของดีบ้านฉัน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 เป็นการทำบุญขวัญข้าวที่นวดเสร็จแล้วและกองไว้ในลานข้าว เหตุที่มีการทำบุญนี้เนื่องจากผู้ใดที่ทำนาได้ข้าวมาก ๆ ก่อนหาบหรือขนข้าวมาใส่ยุ้งฉางก็อยากทำบุญกุศล เพื่อเป็นสิริมงคลให้เพิ่มความมั่งมีศรีสุขแก่ตน และครอบครัวสืบไป ดังนั้นการทำบุญคูณลาน จึงเป็นพิธีกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระแม่โพสพหรือบุญคุณของข้าวที่มีต่อมนุษย์และเพื่อความเป็นสิริมงคลของเกษตรกร เพื่อรักษาประเพณีความเชื่อที่เป็นมงคล ประกอบกับเพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามในพื้นที่ จึงสมมุติสถานที่ประกอบพิธีแห่งนี้เป็นสถานที่รวมข้าว โดยขอรับบริจาคข้าวเปลือกจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล รวม ๑๖ ตำบล ๑๘๕ หมู่บ้าน เพื่อมาร่วมทำบุญตามประเพณีบุญคูณลาน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ อีกทั้ง การจัดงานในครั้งนี้ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ทุกภาคส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ทุกหมู่บ้าน และประชาชนชาวอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นการสืบสานอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยกย่องเชิดชูถึงคุณค่า สืบสานประเพณีสู่ขวัญข้าวของพี่น้องชาวอีสาน และเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของดีอำเภอฆ้องชัย
นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กิจกรรมที่ทุกท่านได้ร่วมกันจัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นการอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามให้คงไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้ การทำบุญคุณลาน แทบจะไม่มีใครจัดขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์นวดข้าวใช้เครื่องมือที่ทันสมัย มีเครื่องยนต์ กลไกไว้พร้อมแล้ว ไม่ต้องมีลานข้าว นำข้าวมากองรวมไว้ที่ใดที่หนึ่งในท้องนาแล้วก็ไปว่าจ้างรถขนข้าวและเครื่องนวดข้าวมา ใช้เวลาไม่นานก็แล้วเสร็จ จึงขนข้าวขึ้นไปเก็บไว้บนยุ้งฉางเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะทำบุญคูณลาน อันเป็นประเพณีดีงามให้คงไว้และบางทีก็ขายข้าวไปเลยตั้งแต่ท้องนา ประเพณีนี้จึงลดความสำคัญลงมาก แทบจะกล่าวได้ว่าได้สูญหายไปแล้ว
.................................. สุวรรณ์ ศรีอาภรณ์ / ข่าว
ยุพดี ภูมูลเมือง / ภาพ