อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดประชุมเสวนาสภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือสัญจรและงานสืบสานสายใยชาติพันธุ์ วัฒนธรรมผู้ไทนานาชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี พ.ศ. 2569
วันที่ 23 มกราคม 2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดประชุมเสวนาสภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือสัญจร และงานสืบสานสายใยชาติพันธุ์วัฒนธรรมผู้ไทนานาชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องทศพร โรงแรมริมปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวให้การต้อนรับ
ดร.อุมารินทร์ เลิศสหพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ตระหนักถึงความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและอัตลักษณ์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ อันประกอบด้วยศิลปะ ประเพณี ภาษา วิถีชีวิต และพิธีกรรมต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และศักยภาพของคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์พัฒนา และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างเป็น รูปธรรม สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดโครงการประชุมเสวนาสภาวัฒนธรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสัญจร และงานสืบสานสายใยชาติพันธุ์ วัฒนธรรมผู้ไทนานาชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ขึ้น ระหว่างวันที่ 23 - 25 มกราคม 2569
กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และเครือข่ายวัฒนธรรม รวม 130 คน กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การประชุมสัมมนาคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและสภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด/สภาวัฒนธรรมอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และการเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อระดมความคิด แลกเปลี่ยนวิธีการ ถ่ายทอดบทเรียนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานวัฒนธรรมในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, การจัดนิทรรศการภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ นิทรรศการและการสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนระดับชาติ “หมอเหยา” การสาธิตอาหารประจำจังหวัด 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น อาหารพื้นถิ่น การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม สินค้า CPOT /ผลิตภัณฑ์ชุมชน, การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาทิ การแสดงพื้นบ้านโปงลาง การฟ้อนผู้ไทกาฬสินธุ์ รำวงพื้นบ้าน และการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าอัตลักษณ์ชาติพันธ์ผู้ไทนานาชาติและผ้าอัตลักษณ์/ผ้าลายประจำจังหวัดภาคอีสาน ทั้ง 20จังหวัด “5 ทศวรรษ แห่งพระเมตตาส่งเสริมภูษาผ้าไหมไทยสู่สากล”, กิจกรรมขบวนแห่อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ผู้ไทกาฬสินธุ์ ภายในงานผู้ไทนานาชาติ จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี พ.ศ. 2569, กิจกรรมทำบุญตักบาตรถนนสายบุญนวพุทธศิลป์ ถิ่นเมืองน้ำดำ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในมิติวัฒนธรรมด้านศาสนาของจังหวัดกาฬสินธุ์ และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในมิติวัฒนธรรมด้านศาสนา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในมิติวัฒนธรรมด้านศาสนา
การจัดโครงการในครั้งนี้ จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์และเครือข่ายทางวัฒนธรรมมีความรู้ความเข้าใจ ในการบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงขยายผลสู่การพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรม การค้นหา Soft Power ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้แก่ชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ให้ความสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเครือข่ายวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวัฒนธรรมจังหวัด ซึ่งเป็นกลไกภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมในระดับพื้นที่ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความรู้ในการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การจัดโครงการครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวัฒนธรรมระดับจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์และการบูรณาการกิจกรรมทางวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค สามารถพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาให้เกิดคุณค่าทางสังคม และมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนามรดกวัฒนธรรมประเพณีให้ยั่งยืน ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งการจัดโครงการครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่น แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญ ทั้งในมิติการส่งเสริมเศรษฐกิจ การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายในวัฒนธรรมพหุวัฒนธรรม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในทุกพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การยกระดับเทศกาลดั้งเดิมของพื้นที่สู่การเป็นเทศกาลเมืองในระดับนานาชาติ
............................... ยพดี ภูมูลเมือง ข่าว