วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการงานจ้างออกแบบงานก่อสร้างออกแบบรายละเอียดโครงการบริหารจัดพื้นที่น้ำหลากลุ่มน้ำชี ณ ห้องประชุมชาร์ลอง โรงแรม ชาร์-ลอง บูทรีค อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ส่วนราชการ หน่วยงานส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน ภาคประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เข้าร่วมประชุม
ลุ่มน้ำชีเป็นลุ่มน้ำสายหลักที่มีความสำคัญต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่รวมกว่า 49,273 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 จังหวัด โดยที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำชีประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประชาชนในภูมิภาค รัฐบาลจึงมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อบริหารจัดการภัยน้ำหลากในพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญ โดยมุ่งเน้นการทบทวนพื้นที่เสี่ยงภัย การจัดทำแผนแม่บท การศึกษาความเหมาะสมในทุกมิติ ตลอดจนการออกแบบรายละเอียดและจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาก่อสร้าง เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมของเมืองให้มีความปลอดภัย เป็นระเบียบ สวยงาม และเอื้อต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อชี้แจงแนะนำโครงการ วัตถุประสงค์ ขอบเขตของงานศึกษา ขั้นตอนการดำเนินโครงการ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขและพัฒนาองค์ประกอบโครงสร้างพื้นฐานที่จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการภัยน้ำหลาก รวมถึงการนำเสนอผลการจัดทำแผนแม่บท (Master Plan Study) ผลการศึกษาความเหมาะสม และการออกแบบเบื้องต้น (Feasibility Study และ Preliminary Design) พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคประชาชน เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปประกอบการพัฒนาแนวทางที่มีความเหมาะสมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์มีความยินดีที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในกระบวนการพัฒนาดังกล่าว และพร้อมสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานสามารถบริหารจัดการภัยน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับสภาพแวดล้อมของเมือง ต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมทั้งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เนื่องจากโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเกิดประโยชน์สูงสุดและประสบความสำเร็จได้เมื่อสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง จึงขอเชิญชวนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้คณะผู้ศึกษาและผู้ออกแบบสามารถนำข้อมูลไปปรับปรุงแนวทางการพัฒนาให้ถูกต้อง เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่