วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร ปภ. ส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทุกจังหวัด ผู้แทนจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมฯ ณ ที่ตั้ง และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก ขอให้ทุกหน่วยงานบูรณากาเพื่อแก้ไขปัญหาและรับมือ โดยให้การช่วยเหลือที่เน้นการให้บริการประชาชนที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พักอาศัย ศูนย์พักพิง อาหาร ยารักษาโรค ถุงยังชีพ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยเฉพาะภายในโรงพยาบาลของรัฐ ให้มีความพร้อมรองรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ประชาชนต้องกินอิ่ม มีอาหารทานครบทุกมื้อ เน้นการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอให้ลงพื้นที่สำรวจตรวจตราประชาชนตามบ้านเรือนอย่างใกล้ชิด พร้อมสำรวจความเดือดร้อน ตั้งแต่ระดับชุมชุมถึงระดับหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนพื้นที่หาดใหญ่ และอย่าให้มีประชาชนที่ตกหล่นไม่ได้รับความช่วยเหลือ รวมถึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัด บริหารจัดการวงเงินทดรองราชการ 50 ล้านบาท ของแต่ละจังหวัด หากมีสถานการณ์รุนแรงสามารถขออนุมัติขยายวงเงินราชการมาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อขอขยายวงเงินฯ ไปยังกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณต่อไป
“รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการจัดการเหตุอุทกภัย พร้อมย้ำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานงานสั่งการจากส่วนกลาง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และให้รายงานผลการปฏิบัติงานมายังปลัดกระทรวงมหาดไทยรับทราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนจังหวัดที่ไม่สถานการณ์ขอให้เตรียมความพร้อมรับมือและจัดทำแผนเผชิญเหตุไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย เมื่อเกิดเหตุจะได้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ปภ. ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับระเบียบและหลักเกณฑ์ในการเยียวยาผู้ประสบภัย เพื่อสร้างความเข้าใจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจะได้เยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ รวมถึงขอให้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรื่องระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้งบประมาณที่ภาครัฐลงทุนไปกับการประกันภัยประชาชนจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่มีความเต็มที่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติตามขั้นตอน ทั้ง 3 ระยะ ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย อีกทั้งระดมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วถึงมากที่สุด
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หน่วยงานในพื้นที่ต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งรับมือกับสาธารณภัยอยู่เสมอ ขอให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด บูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานพยากรณ์ในพื้นที่ อาทิ สำนักงานชลประทานจังหวัด สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด และทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่รับทราบอย่างทั่วถึงต่อเนื่อง พร้อมอัปเดตสถานการณ์ทุกวันเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารจัดการได้ล่วงหน้าเหมาะสม ทันต่อสถานการณ์
ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาชย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดใดไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชนขอให้เสนอขอเพิ่มวงเงินมายัง ปภ. เพื่อดำเนินการไปยังกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ ขออนุมัติขยายวงเงิน ซึ่งเงินทดรองราชการในทุกรายจ่ายสามารถดำเนินการได้ทั้งค่าใช้จ่ายของผู้ปฏิบัติงานและผู้ประสบภัย อีกทั้งปัจจุบัน ปภ. ได้บูรณาการร่วมกับมูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล ในการบริหารจัดการสาธารณภัยร่วมกัน ขอให้ ปภ. จังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต ประสานงานกับมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศล ตามระบบที่กำหนดไว้ ซึ่ง จะทำให้การทำงานรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ให้ติดตามสถานการณ์และการวิเคราะห์สถานการณ์ จัดตั้ง Warroom ของศูนย์ ปภ. เขต ดูแล อย่างใกล้ชิด สำหรับ จังหวัดในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์ ปภ. เขต ที่ไม่มีสถานการณ์หรือสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขอให้เคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลสาธารณภัยมาช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
ในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์/ผู้อำนวยการจังหวัด พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้แทน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ (ท) พ.ต.ท.ไชยง คงทอง รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ผู้แทน ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้แทน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้แทน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ หััวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ คณะทำงานติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการประชุมฯดังกล่าว ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ทั้งนี้ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์/ผู้อำนวยการจังหวัด ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอทุกอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ดำเนินการตามข้อสั่งการฯโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย และพร้อมปฏิบัติงาน ตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนติดตามข้อมูลและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
................... ข้อมูลข่าว/ภาพ สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์