วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. นายสันติ จัตุพันธ์ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการประชุมชี้แจงโครงการรัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ประชาชน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Zoom Cloud Meeting ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
การประชุมนี้ เป็นการชี้แจงรายละเอียดโครงการและแนวทางการดำเนินงานให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองจากภัยพิบัติ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เห็นชอบและอนุมัติ กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม รวมวงเงินเบี้ยประกันภัยทั้งสิ้น 15,500 ล้านบาท เพื่อให้ความคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกำหนดให้เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยโครงการดังกล่าว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นผู้จัดซื้อประกันภัยจากบริษัทประกันวินาศภัยที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง โดยกรณีที่อยู่อาศัย ผู้เอาประกันภัยครอบคลุมเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย และผู้ครอบครองที่พักอาศัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขณะที่กรณีเสียชีวิต ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน
สำหรับความคุ้มครอง กรณีที่อยู่อาศัย กำหนดวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท/หลังคาเรือน/ภัยที่เกิดขึ้น โดยมีวงเงินคุ้มครองเบื้องต้น ได้แก่ ความเสียหายจากอุทกภัย 10,000 บาท/ครั้ง และสามารถได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท/ครั้ง ส่วนความเสียหายจากวาตภัย และแผ่นดินไหว รวมถึงภัยจากภูเขาไฟระเบิด คลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ มีวงเงินคุ้มครองเบื้องต้น 5,000 บาท/ครั้ง และสามารถได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท/ครั้ง ส่วนกรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ในความคุ้มครอง ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว รวมถึงภัยที่เกี่ยวเนื่องตามเงื่อนไขกรมธรรม์ กำหนดผลประโยชน์ 2,000,000 บาท/ราย โดยไม่มีการจำกัดจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดต่อกรมธรรม์ภัย
ทั้งนี้ ในการประชุมได้เน้นย้ำแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการสำรวจและจัดทำข้อมูลทะเบียนบ้าน/หลังคาเรือนที่ประสบภัย ตลอดจนแนวทางการยืนยันความเสียหายและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยในการเรียกร้องสิทธิ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลืออย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง
.................... นพวรรณ แก้วใส ข่าว / ภาพ