ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ นำคณะ ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ กำชับทุกพื้นที่เฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม 

การประชุมครั้งนี้ มีการติดตามและประเมินสถานการณ์เพื่อการบริหารจัดการและสั่งการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ รวมถึงการคาดหมายลักษณะอากาศที่ส่งผลต่อสถานการณ์ สถานการณ์น้ำ ผลกระทบ และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำท่าจีน พร้อมทั้งพิจารณาปัญหา อุปสรรค และสิ่งที่ต้องการรับการสนับสนุนในพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ การบริหารจัดการสิ่งของจำเป็นสำหรับประชาชน และการเตรียมการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัย

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบข้อสั่งการสำคัญในการเร่งให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และตรงตามความต้องการของประชาชน ประกอบด้วย
1. เร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาประชาชน ให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทั้งด้านชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และสาธารณูปโภค พร้อมเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ 
2. เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้กลับสู่ภาวะปกติ โดยเร่งระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ ป้องกันปัญหาด้านสาธารณสุขภายหลังน้ำลด และจัดทำแผน Big Cleaning เพื่อให้ประชาชนและสถานประกอบการสามารถกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินกิจการได้โดยเร็ว 
3. เร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภคให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนน ระบบสื่อสาร และสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด 
4. มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรีตรวจสอบคันน้ำทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ตรวจสอบคันกั้นน้ำและจุดเสี่ยงตลอดแนว เพื่อให้มีความมั่นคง แข็งแรง และพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง 

สำหรับสถานการณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ จากข้อมูล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. พบว่า ยังไม่มีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 3 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ 814.1 มิลลิเมตร ขณะที่ปริมาณฝนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.06 มิลลิเมตร และปริมาณฝนสูงสุดรายอำเภออยู่ที่ 1.30 มิลลิเมตร ด้านสถานการณ์น้ำ เขื่อนลำปาว มีระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 1,200.61 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 60.94 มีน้ำไหลเข้าและระบายน้ำในอัตราประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 18 แห่งของจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 81–100 จำนวน 13 แห่ง รองลงมาอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 31–60 จำนวน 3 แห่ง ร้อยละ 61–80 จำนวน 1 แห่ง และต่ำกว่าร้อยละ 30 จำนวน 1 แห่ง สำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ประเมินและจัดระดับความเสี่ยง ครอบคลุม พื้นที่เสี่ยงมาก 11 อำเภอ 39 ตำบล 215 หมู่บ้าน พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 17 อำเภอ 74 ตำบล 404 หมู่บ้าน และพื้นที่เสี่ยงต่ำ 18 อำเภอ 99 ตำบล 440 ชุมชน/หมู่บ้าน พร้อมกำชับหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เตรียมความพร้อมและป้องกันสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ การเตรียมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การเตรียมกำลังและอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือประชาชน การแจ้งเตือนภัยในทุกช่องทาง และการเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว 133 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

....................... นพวรรณ  แก้วใส  ข่าว / ภาพ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar