วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นำคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในเวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
การประชุมครั้งนี้ เป็นการรับทราบและติดตามสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงการบริหารจัดการและสั่งการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยมีการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การประเมินสถานการณ์เพื่อการบริหารและสั่งการของ บกปภ.ช. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การคาดหมายลักษณะอากาศที่ส่งผลต่อสถานการณ์ โดยกรมอุตุนิยมวิทยา และสถานการณ์น้ำ ผลกระทบ และการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำท่าจีน โดยกรมชลประทาน พร้อมทั้งติดตาม ปัญหา อุปสรรค และสิ่งที่ต้องการขอรับการสนับสนุน จากพื้นที่ โดยมีกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครนายก และจังหวัดปทุมธานี นำเสนอข้อมูลเพื่อประกอบการบริหารจัดการสถานการณ์ รวมทั้งพิจารณา การเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ ทั้งผลสำเร็จในการแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกระทรวงกลาโหม ตลอดจนแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ที่จะดำเนินการเพิ่มเติม
โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบข้อสั่งการเพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ดังนี้
1. เพิ่มมาตรการสร้างการรับรู้สู่ประชาชน
ให้จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยเร่งเพิ่มการสื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชี้แจงสาเหตุ แนวทางที่ภาครัฐกำลังดำเนินการ วิธีปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัย ตลอดจนช่องทางการขอรับความช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
ป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่
2. ให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่สำรวจและติดตามพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดความขัดแย้งจากกรณีการระบายน้ำหรือการทำคันกั้นน้ำ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งจากการบริหารจัดการน้ำ
3. วางแผนระบายน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อ ให้จังหวัดที่มีสถานการณ์อุทกภัยและมีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน ร่วมกันกำหนดแผนการระบายน้ำและบูรณาการการทำงานกับหน่วยทหารและกรมชลประทาน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้สามารถส่งต่อมวลน้ำได้อย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกัน และ ไร้รอยต่อระหว่างพื้นที่
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 07.50 น. พบว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ยังไม่มีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ในปัจจุบัน โดยสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อำเภอนามน และอำเภอดอนจาน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้เข้าให้ความช่วยเหลือและสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ด้านสถานการณ์น้ำ เขื่อนลำปาว มีระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 1,228.77 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 62.06 ของความจุอ่าง มีน้ำไหลเข้าอ่างวันละประมาณ 9.43 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำประมาณ 4.98 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางในจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 18 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยมี 12 แห่ง มีปริมาณน้ำอยู่ระหว่างร้อยละ 81–100 ของความจุ และ 2 แห่งอยู่ระหว่างร้อยละ 61–80 ของความจุ สำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2566–2568) จังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ เสี่ยงมาก 11 อำเภอ 39 ตำบล 215 หมู่บ้าน เสี่ยงปานกลาง 17 อำเภอ 74 ตำบล 404 หมู่บ้าน และเสี่ยงต่ำ 18 อำเภอ 99 ตำบล 440 ชุมชน/หมู่บ้าน จังหวัดจึงยังคงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยมีการ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ เตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์ จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สูบ/ผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แจ้งเตือนภัยทุกช่องทาง และเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 133 แห่ง รวมถึงมีเครือข่ายอาสาสมัครแจ้งเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” จำนวน 660 คน เพื่อสนับสนุนการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
......................... นพวรรณ แก้วใส / ข่าว
ยุพดี ภูมูลเมือง / ภาพ