วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น.นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นำคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
การประชุมครั้งนี้ เป็นการรับทราบและติดตามสถานการณ์อุทกภัย ได้รับฟังการคาดหมายลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงรายงานสถานการณ์น้ำ ผลกระทบ และแนวทางการบริหารจัดการน้ำจากกรมชลประทาน ตลอดจนรับทราบปัญหา อุปสรรค และความต้องการรับการสนับสนุนจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขสถานการณ์และพิจารณาแนวทางดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชน
โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบข้อสั่งการเพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ดังนี้
1. การฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบสื่อสาร ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วพร้อมทั้งให้เร่งสำรวจความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน
2. เร่งสื่อสารทำความเข้าใจแนวทางที่ถูกต้องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ ปภ. กทม. และจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกต้องเข้าใจง่าย กำหนดช่องทางติดต่อให้ซัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิและได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง
3. การฟื้นฟูระบบประปาที่เสียหายและการบริการน้ำสะอาด ให้เร่งสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ใช้น้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดอุกกภัยส่งผลให้ระบบประปาเสียหาย ให้การประปา รวมถึง อปท. เร่งแก้ไขกู้คืนระบบประปาและตรวจคุณภาพน้ำ ให้ได้ตามมาตรฐานหากต้องใช้เวลานานในการแก้ไขให้เร่งจัดหาน้ำสะอาดให้บริการประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย
ทั้งนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยมีการ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ เตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์ จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สูบ/ผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แจ้งเตือนภัยทุกช่องทาง และเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 133 แห่ง รวมถึงมีเครือข่ายอาสาสมัครแจ้งเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” จำนวน 660 คน เพื่อสนับสนุนการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
........................ นรวุธ คงสมมาตย์ ข่าว / ภาพ