ประกันสังคมจังหวัดกาฬสินธุ์ เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประกันตนและนายจ้างสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
(21พ.ค.64) นางวันเพ็ญ พึ่งพิบูลย์ ประกันสังคมจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงมาตรการการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในผู้ประกันตนและนายจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนางจ้างและผู้ประกันตน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย การลดเงินสมทบเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2564 โดยในส่วนของนายจ้าง จากเดิมที่ต้องส่งเงินสมทบ จ่ายร้อยละ 5 ลดลงเหลือ ร้อยละ 2.5 ผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมจ่ายร้อยละ 5 จ่ายลดลงเหลือร้อยละ 2.5 เช่นกัน คือ 375 บาท สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 จากเดิมจ่ายร้อยละ 9 ลดเหลือ ร้อยละ 4.5 จากเดิมที่ต้องจ่ายเดือนละ 432 บาท จะจ่ายที่ 216 บาท ต่อเดือน
ส่วนที่ 2 ดูแลเรื่องสินเชื่อสำหรับสถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โดยมีวงเงินประมาณ สามหมื่นล้านบาท ซึ่งสถานประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของสำนักงานประกันสังคม ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อสถานประกอบการ โดยสามารถยื่นได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2564 หรือจนกว่าวงเงินจะหมด ซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นสถานประกอบการจากสำนักงานประกันสังคม หรือพิมพ์หนังสือรับรองสถานะความเป็นสถานประกอบการได้ในระยะ E-service ได้
นอกจากนี้ ในส่วนที่ 3 สำนักงานประกันสังคมเตรียมช่วยเหลือผู้ประกันตนในกรณีว่างงาน ในกรณีลาออกผู้ประกันตนจะได้รับเงินในอัตราร้อยละ 45 ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วันต่อปี กรณีถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนจะรับเงินกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างเป็นเวลา 200 วันต่อปี ซึ่งในกรณีนี้สามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน สำหรับกรณีว่างงานเหตุสุดวิสัย ที่สถานประกอบการถูกทางราชการสั่งปิดตามคำสั่งให้ปิดสถานที่ชั่วคราว หรือ นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานเนื่องจากต้องกักตัว หรือเฝ้าระวังการระบาดของโรคและผู้ประกันตนมีการนำส่งเงินสมทบไว้กับสำนักงานประกันสังคม เป็นระยะเวลา 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และยังไม่สิ้นสภาพการจ้างงาน สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัย เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2563 โดยจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งในกรณีนี้ นายจ้างต้องทำการบันทึกข้อมูลระบบ E-service เพื่อรวบรวมแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน
------------------ ณัฏฐ์ ฐนันท์รมย์