วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
การประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามและประเมินสถานการณ์อุทกภัย ตลอดจนกำหนดแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีการรายงานข้อมูลสำคัญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานการประเมินสถานการณ์เพื่อประกอบการบริหารและสั่งการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการคาดหมายลักษณะอากาศที่ส่งผลต่อสถานการณ์ และกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำ ผลกระทบ และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งพิจารณาปัญหา อุปสรรค และสิ่งที่ต้องการขอรับการสนับสนุนจากพื้นที่ที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จังหวัดราชบุรี และจังหวัดเพชรบุรี ตลอดจนรายงานผลสำเร็จในการแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุและการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบข้อสั่งการสำคัญเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
1. ให้ความสำคัญกับการดูแลพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ปรับแผนและกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าและแนวโน้มว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด
2. เร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาเงินถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเน้นย้ำให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนการช่วยเหลือเยียวยาให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยไม่ล่าช้า
3. สื่อสารและแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับข้อมูลตรงกันและทันเวลา โดยให้ใช้ภาษาในการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร รวมถึงกลไกผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว และวิทยุสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
4. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการขุดลอกสิ่งกีดขวางทางน้ำในกระบวนการระบายน้ำ คลอง และลำน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตกหนัก
สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ สถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ประจำปี พ.ศ. 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 07.40 น. โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณเขื่อนลำปาวและพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน สถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว พบว่ามีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 1,213.24 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 61.27 ของความจุอ่าง โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้า 0.80 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำ 5.22 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 18 แห่งในจังหวัด มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 100 จำนวน 2 แห่ง ระดับร้อยละ 81–100 จำนวน 11 แห่ง ระดับร้อยละ 61–80 จำนวน 3 แห่ง และระดับร้อยละ 31–60 จำนวน 2 แห่ง ด้านสถานการณ์อุทกภัยในปี 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์มีรายงานพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน โดยมีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในรายงานระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และไม่มีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ การเตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การลดจุดคอขวดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชน และการเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
...................... นพวรรณ แก้วใส / ข่าว
ยุพดี ภูมูลเมือง / ภาพ